บริษัท นันโย บรูวเวอรี จำกัด – Nanyo Brewery

โรงบ่มสาเก

“ฮานาอาบิ” (Hanaabi) แบรนด์เรือธงของโรงกลั่นนันโย โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมอันหรูหราที่มักถูกเปรียบเทียบกับสับปะรดสุกหรือแอปเปิ้ลฉ่ำน้ำผึ้ง ผสานกับความหวานที่เข้มข้นและฉ่ำชื่นใจ สาเกนวัตกรรมใหม่นี้สร้างสรรค์ขึ้นโดยทีมงานขนาดเล็กเพียง 3 คน ซึ่งเป็นสมาชิกในครอบครัวเจ้าของโรงกลั่น พวกเขาให้ความสำคัญกับ “การทำงานด้วยมือที่ลับประสาทสัมผัสทั้งห้าให้เฉียบคม” และยึดมั่นในการบ่มสาเกแต่ละถังอย่างพิถีพิถันในปริมาณน้อย การผสมผสานระหว่างกลิ่นหอมราวกับผลไม้เมืองร้อนและความเปรี้ยวอย่างลงตัวนี้ สร้างเอกลักษณ์ที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของสาเก จนได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากเหล่านักดื่มทั้งในและต่างประเทศในฐานะ “สาเกพรีเมียมที่หาซื้อได้ยาก” ทุกหยดของสาเกนี้แฝงไปด้วยความปรารถนาที่ว่า “ขอให้ดอกไม้แห่งความสุขเบ่งบานทั้งในใจผู้ดื่มและผู้ผลิต”

1. ประวัติและภูมิหลัง

นันโย บรูวเวอรี ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1860 (ปีมันเอนที่ 1) ช่วงปลายสมัยเอโดะ ณ เมืองฮานิว จังหวัดไซตามะ หลังจากที่ คุณคาเมกิจิ สุนากะ ผู้ก่อตั้งได้ไปฝึกฝนวิชาที่โรงกลั่นในเมืองโคกะ จังหวัดอิบารากิ เขาได้กลับมายังบ้านเกิดและเปิดโรงกลั่นในพื้นที่ปัจจุบันเพื่อตามหาแหล่งน้ำบริสุทธิ์ที่จำเป็นต่อการปรุงสาเก ชื่อแบรนด์ดั้งเดิมอย่าง “นันโย” (Nanyo) ตั้งชื่อตามสถานที่ที่ขงเบ้ง (จูกัดเหลียง) เคยเร้นกายในประเทศจีนโบราณ สะท้อนถึงความปรารถนาที่จะปรุงสาเกด้วยจิตวิญญาณอันสูงส่งท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์

แม้โรงกลั่นจะผลิตสาเกคู่กับชุมชนมานานกว่า 140 ปี แต่ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ได้เกิดวิกฤตการณ์ที่เกือบจะต้องปิดกิจการเนื่องจากยอดการบริโภคสาเกที่ลดลง เพื่อก้าวผ่านวิกฤตนี้ คุณทากาฮารุ สุนากะ ทายาทรุ่นที่ 5 พร้อมด้วยพี่สาวและพี่เขย จึงตัดสินใจฟื้นฟูโรงกลั่นด้วยการสร้างสรรค์สาเกที่ดีที่สุดที่พวกเขาสามารถภาคภูมิใจได้อย่างแท้จริง

ในปี ค.ศ. 2003 แบรนด์ใหม่ “ฮานาอาบิ” (Hanaabi) จึงได้กำเนิดขึ้น ภายใต้สโลแกน “อาบแสงตะวันเพื่อให้ดอกไม้ดอกใหญ่เบ่งบาน” สาเกนี้ได้สร้างสไตล์ใหม่ที่มีกลิ่นหอมเหมือนสับปะรดและรสหวานเข้มข้น ความท้าทายนี้ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วจากเหล่านักดื่มผู้เชี่ยวชาญ และเติบโตสู่แบรนด์พรีเมียมระดับประเทศ ปัจจุบันโรงกลั่นยังคงผลิตในปริมาณจำกัดเพียงปีละประมาณ 200 ถึง 250 โคคุ (ประมาณ 36,000–45,000 ลิตร) ภายใต้ทีมงานคุณภาพเพียง 3 คน คือ คุณสุนากะ, คุณยาสุโยะ วาตานาเบะ (พี่สาว) และ คุณเรียวซากุ วาตานาเบะ (พี่เขย) ผู้ดำรงตำแหน่งโทจิ (หัวหน้าผู้ปรุงสาเก)

2. ปรัชญาการปรุงสาเก

ปรัชญาของนันโย บรูวเวอรี ยึดถือคุณภาพเป็นอันดับแรกคือ “การปรุงอย่างพิถีพิถันทีละขวดในปริมาณน้อย” ซึ่งตรงกันข้ามกับการเน้นประสิทธิภาพด้วยเครื่องจักรขนาดใหญ่ โดยใช้การทำงานด้วยมือที่ต้องอาศัยประสาทสัมผัสทั้งห้าของคนปรุงเป็นรากฐานของทุกขั้นตอน

ลักษณะเด่นของการบริหารและระบบการปรุงคือ การไม่แบ่งแยกแผนกงาน (Division of labor) ที่คนหนึ่งจะทำเฉพาะหน้าที่เดิมๆ แต่เลือกใช้ “ระบบแบ่งปันงาน” (Shared task system) ที่ทุกคนต้องเชี่ยวชาญในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การดูดซับน้ำของข้าว ไปจนถึงความคืบหน้าของการหมัก และจังหวะในการคั้นสาเก การที่เจ้าของโรงกลั่น โทจิ และพี่สาว รับรู้ทุกขั้นตอนร่วมกัน ทำให้สามารถปรับจูงรายละเอียดได้อย่างแม่นยำและควบคุมคุณภาพให้คงที่ได้สูงสุด

นอกจากนี้ พวกเขาเชื่อว่าโครงสร้างทีมขนาดเล็กนี้เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ผลิตสาเกที่มีคุณภาพหนึ่งเดียวได้ เพราะสามารถดูแลรายละเอียดได้ทั่วถึงทุกขั้นตอน ดังนั้น แม้แบรนด์จะโด่งดังไปทั่วโลกและสินค้าขาด

ตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่พวกเขายังคงยืนหยัดที่จะไม่เพิ่มผลผลิตโดยง่าย เพื่อรักษาคุณภาพงานฝีมือไว้เป็นลำดับแรก

3. เอกลักษณ์ของวัตถุดิบและกรรมวิธี

ทรัพยากรที่สนับสนุนการปรุงและเทคนิคเฉพาะตัวที่สร้างเอกลักษณ์มีดังนี้:

วัตถุดิบและน้ำ

  • น้ำที่ใช้ปรุง: ใช้น้ำบาดาลจากแม่น้ำโทเนะและแม่น้ำอาราคาวะที่สูบขึ้นจากบ่อของโรงกลั่นเอง ซึ่งเป็น “น้ำอ่อน” (Soft water) ที่ช่วยให้สาเกมีรสสัมผัสนุ่มนวล กลมกล่อม และมีความหวานที่ใสสะอาด
  • ข้าวสาเก: ใช้ข้าวสายพันธุ์ “ฮัตตัน นิชิกิ” (Hattan Nishiki) จากจังหวัดฮิโรชิมาเป็นหลัก นอกจากนี้ยังคัดสรรข้าวจากทั่วญี่ปุ่น เช่น “มิยามะ นิชิกิ” จากนางาโน่ และ “ยามาดะ นิชิกิ” จากเฮียวโกะ เพื่อให้ได้รสชาติตามต้องการ โดยดึงเอกลักษณ์ของข้าวแต่ละชนิดออกมา เช่น กลิ่นหอมเหมือนเมลอนจากข้าวฮัตตัน นิชิกิ หรือรสสัมผัสที่เฉียบคมจากข้าวมิยามะ นิชิกิ

เทคนิคเฉพาะตัว

  • วิธีฮาโกะ-โคจิ (Hako-koji): การทำโคจิทั้งหมดใช้วิธีดั้งเดิมที่เรียกว่า “ฮาโกะ-โคจิ” โดยใช้กล่องไม้ขนาดเล็ก ซึ่งคนปรุงจะใช้มือสัมผัสโคจิโดยตรงเพื่อเช็คอุณหภูมิและปรับการเจริญเติบโตของเชื้อราอย่างละเอียด
  • มุโรกะ นามะ เก็นชู และการเก็บในขวด: สินค้าหลักคือ “มุโรกะ นามะ เก็นชู” (สาเกที่ไม่ผ่านการกรองคาร์บอน ไม่ผ่านความร้อน และไม่เติมน้ำ) เพื่อคงรสอูมามิและสีดั้งเดิมไว้ และเพื่อรักษาความสดใหม่ สาเกจะถูกเก็บไว้ในขวดแทนการเก็บในแทงค์ และควบคุมอุณหภูมิให้ใกล้จุดเยือกแข็งจนกว่าจะส่งมอบ
  • บิงคัน คิวเร (Binkan Kyurei): สำหรับสินค้าที่ต้องฆ่าเชื้อด้วยความร้อน จะใช้วิธีให้ความร้อนหลังจากบรรจุขวดแล้วและทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็วทันที เพื่อกักเก็บกลิ่นหอมไว้ในขวดและรักษาคุณภาพสาเกให้คงที่
  • การคั้นสาเกที่หลากหลาย: มีการเลือกใช้เทคนิคตามเกรดของสินค้า เช่น “ฟุกุโระ-สึริ” (การแขวนถุงและเก็บเฉพาะหยดน้ำที่หยดออกมาเอง), “ฟุเนะ-ชิโบริ” (การคั้นอย่างช้าๆ ด้วยแรงโน้มถ่วงและแรงกดที่นุ่มนวล) และ “จิกากุมิ” (การบรรจุขวดสดๆ จากเครื่องคั้นโดยตรง)

4. ความมุ่งมั่นในปัจจุบัน

นันโย บรูวเวอรี ดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการสืบทอดประเพณีและการสร้างคุณค่าสมัยใหม่

  • การขัดเกลาเทคนิคและค้นหารสชาติใหม่: ทีมงานเข้าร่วมโปรแกรมฝึกอบรม เช่น “Sainokuni Sake Brewing School” เพื่อเรียนรู้ทฤษฎีการปรุงล่าสุด พวกเขาไม่ได้พึ่งพาเพียงสัญชาตญาณ แต่ใช้การเก็บข้อมูลอย่างละเอียด เช่น อัตราการดูดซับน้ำและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิการหมัก เพื่อปรับตัวตามคุณภาพข้าวที่เปลี่ยนไปในแต่ละปี นอกจากนี้ยังทดลองรสชาติใหม่ๆ เช่น การใช้ข้าว “กินปู” (Ginpu) จากฮอกไกโด และซีรีส์ “THE MATCH” ที่ผสมผสานข้าวสาเกหลายชนิดเข้าด้วยกัน
  • การอยู่ร่วมกับชุมชน: พัฒนาแบรนด์สาเกจุนไม “ไอโนะซาโตะ” (Ai no Sato) ซึ่งตั้งชื่อตามงานหัตถกรรม “บุชู ไอโซเมะ” (การย้อมคราม) ของเมืองฮานิว โดยตั้งเป้าให้เป็นสาเกที่ส่งเสริมรสชาติอาหาร และช่วยประชาสัมพันธ์อุตสาหกรรมในท้องถิ่น นอกจากนี้ยังสนับสนุนทีมเบสบอลเยาวชนและองค์กรกีฬาในพื้นที่เพื่อสร้างความคึกคักให้กับชุมชน
  • การให้ข้อมูลที่ทันสมัย: เปลี่ยนจากการเป็น “แบรนด์ลับ” สู่การใช้โซเชียลมีเดียอย่าง Instagram เพื่อแจ้งสถานการณ์ของโรงกลั่นและวันวางจำหน่ายแก่ผู้บริโภคโดยตรง เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและมอบโอกาสในการซื้ออย่างเท่าเทียม

https://www.instagram.com/hanaabi_official

บทความที่เกี่ยวข้อง

特集記事

TOP
CLOSE